เรื่องของการ “สร้างกำไร” เป็นสิ่งที่มาคู่กับเรื่องของ “ธรุกิจ” หรือ “การเทรด” ต่างๆ ซึ่งหากเราทราบถึงจังหวะหรือช่วงเวลาที่เหมาะสม จะยิ่งทำให้ได้กำไรในการเทรดครับ บทความนี้จึงอยากพาทุกๆ ท่านไปพบกับ “ทำกำไรด้วยการเข้าใจ “จังหวะของเวลาดตลาด Forex เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา เราไปชมพร้อมๆ กันเลยครับ
หลักการทำกำไรตามช่วงเวลาตลาด Forex
การทำกำไรในตลาด Forex ด้วยการเข้าใจ “จังหวะ” ของตลาดเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะตลาด Forex มีการเคลื่อนไหวตลอด 24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์ แต่ไม่ได้มีพฤติกรรมที่เหมือนกันตลอดเวลา การรู้ช่วงเวลาที่เหมาะสมจะช่วยให้เทรดเดอร์สามารถวางกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
1. ทำความเข้าใจ Trading Sessions (ช่วงเวลาการซื้อขายหลัก)
ตลาด Forex แบ่งออกเป็นช่วงเวลาการซื้อขายหลักๆ 4 ช่วง ซึ่งจะมีการทับซ้อนกันและมีผลต่อปริมาณการซื้อขาย (Volume) และความผันผวน (Volatility) ของคู่สกุลเงินต่างๆ:
- Asian Session (Sydney / Tokyo):
- เวลา: ประมาณ 05:00 น. – 16:00 น. (ตามเวลาประเทศไทย)
- ลักษณะ: เป็นช่วงที่ตลาดมีความผันผวนค่อนข้างต่ำและสภาพคล่องไม่สูงมากนัก มักมีการเคลื่อนไหวในกรอบ (Range-bound) เหมาะสำหรับกลยุทธ์การเทรดแบบ Scalping หรือ Range Trading คู่สกุลเงินที่ได้รับผลกระทบมากคือ AUD, NZD, JPY.
- European Session (London):
- เวลา: ประมาณ 14:00 น. – 23:00 น. (ตามเวลาประเทศไทย)
- ลักษณะ: เป็นช่วงที่มีสภาพคล่องและปริมาณการซื้อขายสูงมากที่สุดช่วงหนึ่ง เนื่องจากลอนดอนเป็นศูนย์กลางทางการเงินที่สำคัญ คู่สกุลเงินที่เกี่ยวข้องกับ GBP และ EUR จะมีความผันผวนมาก
- New York Session (USA):
- เวลา: ประมาณ 19:00 น. – 03:00 น. (ตามเวลาประเทศไทย)
- ลักษณะ: เป็นช่วงที่มีความผันผวนสูงมากเช่นกัน โดยเฉพาะช่วงที่คาบเกี่ยวกับ London Session เนื่องจากมีการประกาศข่าวเศรษฐกิจสำคัญจากสหรัฐอเมริกาบ่อยครั้ง คู่สกุลเงินที่เกี่ยวข้องกับ USD จะมีความผันผวนมาก
- ช่วงเวลาทับซ้อน (Overlap Sessions): เป็นช่วงเวลาที่มีปริมาณการซื้อขายและสภาพคล่องสูงสุด เนื่องจากตลาดหลักสองแห่งเปิดพร้อมกัน ทำให้มีการเคลื่อนไหวของราคาที่รุนแรงและมีโอกาสในการทำกำไรสูง:
- London & New York Overlap: 19:00 น. – 23:00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) – เป็นช่วงที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับการเทรดคู่สกุลเงินหลัก เช่น EUR/USD, GBP/USD
- Sydney & Tokyo Overlap: 01:00 น. – 07:00 น. (ตามเวลาประเทศไทย)
- London & Tokyo Overlap: 08:00 น. – 10:00 น. (ตามเวลา GMT) – หรือประมาณ 15:00 น. – 17:00 น. (ตามเวลาประเทศไทย)
2. กลยุทธ์การเทรดตามจังหวะเวลา
- ช่วงสภาพคล่องสูง (High Liquidity):
- ช่วง Overlap (ลอนดอน-นิวยอร์ก): เหมาะสำหรับ Day Trading และ Scalping ที่ต้องการความผันผวนสูงและสภาพคล่องที่ดี เพื่อเข้า-ออกออเดอร์ได้อย่างรวดเร็วและได้รับส่วนต่างราคาที่ดี
- กลยุทธ์: Breakout Strategy (กลยุทธ์การเทรดเมื่อราคาทะลุแนวรับ/แนวต้าน), Trend Following (กลยุทธ์ตามแนวโน้ม)
- ช่วงสภาพคล่องต่ำ (Low Liquidity):
- ช่วง Asian Session (โดยเฉพาะช่วงเช้าตรู่): เหมาะสำหรับ Range Trading หรือ Scalping ที่อาศัยการเคลื่อนไหวในกรอบเล็กๆ ไม่ได้คาดหวังการเคลื่อนไหวที่รุนแรงมาก
- กลยุทธ์: Reversal Trading (กลยุทธ์การเทรดเมื่อราคาเปลี่ยนทิศทาง), Mean Reversion (กลยุทธ์การเทรดเมื่อราคากลับเข้าสู่ค่าเฉลี่ย)
- การเทรดข่าว (News Trading):
- เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แต่ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในช่วง London และ New York Session เมื่อมีการประกาศข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ (เช่น อัตราดอกเบี้ย, ตัวเลขการจ้างงาน, ดัชนีเงินเฟ้อ) ซึ่งจะส่งผลให้ราคาผันผวนอย่างรุนแรงในระยะเวลาอันสั้น
- กลยุทธ์: ต้องอาศัยความรวดเร็วในการตัดสินใจและการจัดการความเสี่ยงที่ดี ควรศึกษาปฏิทินเศรษฐกิจล่วงหน้า
3. เครื่องมือช่วยจับจังหวะตลาด
- ปฏิทินเศรษฐกิจ (Economic Calendar): เป็นเครื่องมือสำคัญที่แสดงกำหนดการประกาศข่าวเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อตลาด Forex ช่วยให้เทรดเดอร์วางแผนการเทรดได้ล่วงหน้า
- อินดิเคเตอร์ (Indicators):
- Moving Average (MA): ใช้ระบุแนวโน้มและจุดกลับตัว
- Bollinger Bands: ใช้ระบุความผันผวนและระดับราคาที่อาจมีการกลับตัว
- MACD (Moving Average Convergence Divergence): ใช้ระบุแนวโน้มและโมเมนตัมของราคา
- RSI (Relative Strength Index): ใช้ระบุภาวะซื้อมากเกินไป (Overbought) หรือขายมากเกินไป (Oversold)
- Stochastic Oscillator: คล้ายกับ RSI ใช้ระบุจุดกลับตัว
- Volume Indicator: แม้ Forex จะไม่มี Volume ที่รวมศูนย์เหมือนตลาดหุ้น แต่สามารถใช้ Volume ที่แสดงบนแพลตฟอร์มเพื่อดูการเปลี่ยนแปลงของกิจกรรมการซื้อขาย
ข้อควรพิจารณาเพิ่มเติม
- Time Zone: ต้องปรับเวลาของ Trading Session ให้เข้ากับ Time Zone ของตนเองเพื่อไม่ให้สับสน
- คู่สกุลเงิน: คู่สกุลเงินแต่ละคู่มีพฤติกรรมที่แตกต่างกันไปในแต่ละช่วงเวลา เช่น คู่ EUR/USD จะมีความคึกคักในช่วง London-New York Overlap ในขณะที่คู่ AUD/JPY อาจเคลื่อนไหวมากกว่าในช่วง Asian Session
- วินัยในการเทรด: การเข้าใจจังหวะเวลาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการทำกำไร สิ่งสำคัญคือการมีวินัยในการเทรด การจัดการความเสี่ยงที่ดี และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับข้อมูลเกี่ยวกับ “ทำกำไรด้วยการเข้าใจ “จังหวะ” ของเวลาดตลาด Forex” ที่เราได้นำมาฝากทุกๆ ท่านกัน หวังว่าจะชอบกันนะครับ
